กมธ.แรงงาน วุฒิสภา ติวเข้มปรับโครงสร้างประกันสังคม หวั่นกองทุนสะดุดในอนาคต หากไม่เร่งปฏิรูป

กมธ.แรงงาน วุฒิสภา ติวเข้มปรับโครงสร้างประกันสังคม หวั่นกองทุนสะดุดในอนาคต หากไม่เร่งปฏิรูป

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่โรงแรมปริ๊นซ์ตัน กรุงเทพฯ ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร นายนิรุตติ สุทธินนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง “การปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม” เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาโครงสร้างการบริหารและการจัดการกองทุนประกันสังคม ให้มีความมั่นคง โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

โดยมี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวนมาก อาทิ นายณพล บริบูรณ์ และ น.ส.อารดา จิรศรีโสภา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เข้าร่วมด้วย

นายนิรุตติ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านโครงสร้างประชากรและรูปแบบการจ้างงาน ส่งผลให้ระบบราชการและกลไกการบริหารเดิมจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะระบบประกันสังคมที่กำลังเผชิญความท้าทายจากรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่หน่วยงานยังขาดความคล่องตัวในการบริหารจัดการ

ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ระบุว่า แม้กองทุนประกันสังคมจะมีมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งมาจากการสมทบของนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนที่มีความเสี่ยงหรือการลงทุนในต่างประเทศ ขณะเดียวกันจำนวนผู้เกษียณอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประชาชนมีอายุยืนยาวขึ้น ส่งผลให้ภาระการจ่ายสิทธิประโยชน์เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

“หากไม่เริ่มดำเนินการแก้ไขตั้งแต่วันนี้ อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว จึงต้องเปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางแก้ไข รวมถึงสร้างระบบตรวจสอบการใช้เงินกองทุนให้มีความชัดเจนและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น” นายนิรุตติ กล่าว

ด้านนายชินโชติ แสงสังข์ รองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน คนที่หนึ่ง และประธานคณะอนุกรรมาธิการแรงงานประกันสังคม วุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการได้ศึกษาประเด็นดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นในส่วนของกองบริหารงานกองทุนเป็นหลัก

นายชินโชติ กล่าวว่า ผลการศึกษาวิจัยหลายด้านสะท้อนว่า หากไม่มีการปรับโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทุน ในช่วงหลังปี 2580 อาจเกิดความท้าทายต่อความสามารถในการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนที่เกษียณอายุแล้ว

ดังนั้น การนำเงินกองทุนไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนและเพิ่มรายได้ จึงเป็นอีกแนวทางสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยการสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ว่าการปรับรูปแบบการบริหารสำนักงานประกันสังคมหรือการเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารกองทุน จะมีข้อดีและข้อกังวลอย่างไร เพื่อนำไปสู่แนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการดูแลกองทุนประกันสังคมของประเทศในระยะยาว

 

Related posts